พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ 2560


      สวัสดีค่ะทุกคน มาเจอกันอีกแล้วนะคะแต่วันนี้ไม่ได้มาแนะนำหนุ่มหล่อที่ไหนนะคะ วันนี้เรามาในแนวค่อนข้างวิชาการหน่อย จะพามาเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับเรื่องพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ หรือ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์นั่นเองค่ะ เพื่อที่จะได้ศึกษาและรู้เท่าทันเหตุการณ์เกี่ยวกับการใช้โซเชียลอย่างไรให้ถูกต้องกันนะคะ

พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์คืออะไร?
พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีเพื่อกำหนดความผิดในการกระทำที่มี“ระบบคอมพิวเตอร์” เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์นี้ เป็นได้ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์วางตัก คอมพิวเตอร์พกพา แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ และสมาร์ทโฟน รวมถึงระบบต่าง ๆ ที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบควบคุมไฟฟ้า น้ำประปา ธนาคาร ฯลฯ

       เราต่างใช้อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม แน่นอนว่าย่อมมีกลุ่มหรือบุคคลที่ใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการกระทำความผิด หรือกระทำความผิดผ่านระบบเหล่านี้ เช่น ขโมยข้อมูล ป่วนข้อมูลและระบบให้เสียหาย การกระทำเหล่านี้ถือเป็นเรื่องใหม่ทุกวันนี้คนจำนวนมากใช้อินเทอร์เน็ตเป็นดังห้องสมุดขนาดใหญ่โดยสรุปแล้ว ทุกวันนี้เราเลี่ยงไม่พ้นระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่รอบตัวเรา และนั่นทำให้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นกฎหมายที่ใกล้ตัวเรามากเช่นกัน

ความผิดที่เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.

·                การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ

·       การเปิดเผยข้อมูลมาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ที่ผู้อื่นจัดทําขึ้นเป็นการเฉพาะ

·        การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ 

·        การดักรับข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น

·        การทําให้เสียหาย ทําลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม

·       ข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ

·        การส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์รบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์

·        การจําหน่ายชุดคําสั่งที่จัดทําขึ้นเพื่อนําไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทําความผิด

·        การใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทําความผิดอื่น

·       การตกแต่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ทีเป็นภาพของบุคคล

ผู้ให้บริการที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.

1.  ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์

2. ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

- ผู้ให้บริการเช่าระบบคอมพิวเตอร์หรือให้เช่าบริการโปรแกรมประยุกต์ (Host Service Provider)

- ผู้ให้บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่าน application ต่างๆทีเรียกว่า content provider เช่นผู้ให้บริการ web board หรือweb service เป็นต้น

 ข้อมูลของผู้ใช้บริการ

ผู้ให้บริการทั้งที้เสียค่าบริการหรือไม่ก็ตาม ต้องเก็บข้อมูลเท่าที่จําเป็น เพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อนามสกุล เลขประจําตัวประชาชน (USERNAME)

หรือ PIN CODE ไว้ ไม่น้อยกว่า 90 วันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลงหากผู้ให้บริการไม่ได้เก็บข้อมูลผู้ใช้บริการไว้ถือว่าทําผิดและอาจถูกปรับสูงถึง 50,000 บาทรวมถึงเว็บบอร์ดทั้งหลาย ซึ่งมีผู้มาโพสเป็นจํานวนร้อย -พัน รายต่อวัน เว็บมาสเตอร์ และผู้ดูแลโฮสติงหรือผู้ทําอาชีพเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อาจเสียงต่อการระมัดระวังข้อความเหล่านั้น

 พระราชบัญญัตินี้  จะมีผลกระทบกับผู้ใช้คอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ตโดยทั่วไปเพราะหากท่านทําให้เกิดการกระทําความผิดทางคอมพิวเตอร์(ไม่ว่าจะบังเอิญหรือตั้งใจ)ก็อาจจะมีผลกับท่าน และที่สําคัญ คือผู้ให้บริการซึงรวมไปถึงหน่วยงานต่างๆที่เปิดบริการอินเทอร์เน็ตให้แก่ผู้อื่นหรือกลุ่มพนักงาน นิสิต นักศึกษาในองค์กรผู้รับผิดชอบมีหน้าที่ดูแลอย่างรอบคอบในฐานะ "ผู้ให้บริการ"

ผู้ใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

ในฐานะบุคคลธรรมดาไม่ควรกระทําในสิ่งต่อไปนี้เพราะอาจจะทําให้ “เกิดการกระทำความผิด"

1.    ไม่ควรบอก password แก่ผู้อื่น

2.     อย่าให้ผู้อื่นยืมใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อเข้าเน็ต

3.    อย่าติดตั้งระบบเครือข่ายไร้สายในบ้านหรือที่ทํางานโดยไม่ใช้มาตรการการตรวจสอบผู้ใช้งานและการเข้ารหัสลับ

4.    อย่าเข้าสู่ระบบด้วย user ID และ password ที่ไม่ใช่ของท่านเอง

5.     อย่านํา user ID และ password ของผู้อื่นไปใช้งานหรือเผยแพร่

6.    อย่าส่งต่อซึ่งภาพหรือข้อความหรือภาพเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมาย

7.     อย่า กด "remember me"หรือ "remember password"ที่เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะและอย่า log-in เพื่อทําธุรกรรมทางการเงินที่เครื่องสาธารณะ

8.    อย่าใช้ WiFi (Wireless LAN) ที่เปิดให้ใช้ฟรีโดยปราศจากการเข้ารหัสลับข้อมูล

ความผิดอาญาตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

1. เจ้าของไม่ให้เข้าระบบคอมพิวเตอร์ของเขา แล้วเราแอบเข้าไปดู เจอคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. แอบไปรู้วิธีการเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของเค้า แล้วบอกให้คนอื่นรู้  เจอคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

3. ข้อมูลของเขา เขาเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ดีๆ แล้วแอบไปล้วงข้อมูลของเขาออกมา   เจอคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4. เขาส่งข้อมูลหากันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบส่วนตัว แล้วเราไปดักจับข้อมูลของเขา เจอคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

5. ข้อมูลของเขาอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเขา เราดันมือบอนแก้ เจอคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6. ระบบคอมพิวเตอร์ของเค้าทำงานอยู่ดีๆ เราดันยิง packet หรือ message หรือ virus หรือ trojan
    หรือ worm หรืออะไรก็ตามเข้าไปก่อกวนจนระบบเขาเดี้ยง   เจอคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
7. เขาไม่ได้อยากได้ข้อมูลหรืออีเมลล์จากเราเลย เราก็ทำตัวเซ้าซี้ส่งให้เขาซ้ำๆ อยู่นั่นแหล่ะ จนทำให้เขาเบื่อหน่ายรำคาญ เจอปรับไม่เกิน100,000บาท

8. ถ้าเราทำผิดข้อ 5. กับ ข้อ 6. แล้ว    ทำให้เราๆ ท่านๆ บุคคลทั่วไปเกิดความเสียหาย จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000บาท    ก่อความเสียหายต่อความั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจ และสังคม จำคุกตั้งแต่ 3 - 5 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000บาท ถึง300,000บาท และถ้าทำให้ใครตายก็จะปรับโทษเป็น  จำคุกตั้งแต่ 10ปีถึง 20ปี

9. ถ้าเราสร้างซอฟต์แวร์เพื่อช่วยให้ใครๆทำเรื่องแย่ๆใน ข้อข้างบนได้ เจอคุกไม่เกินปีนึง หรือปรับไม่เกิน 20,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

10.โป๊,โกหกปลอมแปลง,กระทบความมั่นคง,ก่อการร้ายและส่งต่อข้อมูลทั้งๆที่รู้ว่าผิดตามที่กล่าวมาข้างต้น เจอคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

11. ใครเป็นเจ้าของเว็บ แล้วสนับสนุน/ยอมให้เกิดข้อ 10. โดนเหมือนกัน เจอคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เท่ากับคนที่ทำเลย

12. ใครอยากเป็นศิลปินข้างถนน ที่ชอบเอารูปชาวบ้านมาตัดต่อแล้วเอาไปโชว์ผลงานบนระบบคอมพิวเตอร์ให้ใครต่อใครดู เตรียมใจไว้เลยมีสิทธิ์โดนเจอคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

13. เราทำผิดที่เว็บไซต์ซึ่งอยู่เมืองนอก แต่ถ้าเราเป็นคนไทย อย่าคิดว่ารอด โดนแหงๆ ฝรั่งทำผิดกับเรา แล้วอยู่เมืองนอกอีกต่างหาก เราเป็นคนไทย ก็เรียกร้องเอาผิดได้เหมือนกัน


     พอทราบข้อมูลพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์แล้ว หวังว่าเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านจะมีวิจารญาณในการใช้โซเชียลหรืออินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์อย่างระมัดระวังและถูกต้องมากขึ้นนะคะ และครั้งหน้าจะมาอัปเดตเรื่องราวดีๆที่น่าสนใจอะไรก็อย่าลืมรอติดตามกันนะคะ


ขอบคุณที่มาข้อมูล : http://wannisa-nomnam.blogspot.com/2011/09/2550.html



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทำความรู้จักห้าหนุ่มหล่อเสียงดีจาก "Why Don't We"